ป.ปลาฝาแฝด  
หน้าแรก | เว็บบอร์ด | สินค้าและบริการ | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา
     
  "เพาะพันธุ์ปลาให้ขายได้ เปิดร้านปลาให้ขายดี"
 

สวัสดีครับชาวปลาหมอสีทุกท่าน วันนี้ถึงคิวของชมรมปลาหมอสีแปดริ้วได้มีโอกาสมาทักทายกับเพื่อนๆ ทุกคน ขอแนะนำตัวอีกครั้งนะครับ

ชมรมปลาหมอสีแปดริ้วเป็นการรวมกลุ่มของฟาร์มเพาะพันธุ์ปลาหมอสีให้เป็นอาชีพ ที่ยั่งยืน และมั่นคงถาวร เออ! นั่นนะสิ ก็เห็นพูดอย่างนี้กันทุกคน พอสักพักก็เงียบหายกันไปหมด เอาน่า ! ลองรวมกันดูซักทีก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไรอย่างน้อยก็ได้รู้จักเพื่อนๆ ในวงการเดียวกันมากขึ้น ดีกว่าจะมานั่งระแวดระวัง ว่าจะเป็นศัตรูกัน จริงมั้ย ลองนึกดูซิ คนในประเทศตั้ง 60 – 70 ล้านคน อยู่ดีๆ คน 2 คน มารู้จักกันได้ ถ้าไม่ใช่วาสนา แล้วจะเป็นอะไร

จากหัวข้อ “เพาะพันธุ์ปลาให้ขายได้ เปิดร้านปลาให้ขายดี” ลุงเกษตรขอบอกว่า “ง่ายนิดเดียว” จริงๆ ครับ ไม่ได้โม้ เพราะลุงเกษตร ทำฟาร์มมา 5 ปี แล้วละ และตอนนี้ก็ยังเปิดร้านขายปลาอีก 2 ร้าน วุ่นวายดีจริงๆ แต่ก็ดีกว่าอยู่ว่างๆ แล้วไม่รู้จำทำอะไร อ้อ ! ลืมบอกไป ที่ว่าง่ายนิดนะ ยังมีต่ออีกนะครับ “’ง่าย นิดเดียว แต่ ยากเยอะมากครับ” -_- แต่ถึงจะยากมันก็มีโอกาสที่จะสำเร็จ ถ้าเราคิดและทำอย่ามีเพียงอย่างเดียว คิดแต่ไม่ทำ หรือทำแบบไม่คิด อย่างนั้น รอดยาก เรามาคุยทีละหัวข้อ เอา “เพาะพันธุ์ปลาให้ขายได้” ก่อนนะครับ

 

เพาะพันธุ์ปลาให้ขายได้

ปลาหมอสีพันธุ์ดีคืออะไร? อย่างคิดมาก อย่าคิดนานเพราะคำตอบมันง่ายนิดเดียว... ปลาหมอสีพันธุ์ดี คือปลาหมอสีที่เพาะออกมาแล้วขายได้ เลี้ยงแล้วก็มีกำไร ผู้เพาะพันธุ์ปลาหมอสีหรือเรียกเท่ๆ หน่อย ก็ Breeder

ต้องมีความเชื่อก่อน

- เชื่อว่าการเพาะพันธุ์ปลาหมอสีเป็นอาชีพที่ยั่งยืน
- เชื่อว่าตัวเองเป็นผู้เพาะพันธุ์ปลาหมอสีมืออาชีพ
- กล้าที่จะบอกกับสังคมรอบตัวว่ามีอาชีพเพาะพันธุ์ปลาหมอสีขาย
- กล้าที่จะเดินเข้าไปทำนิติกรรม (กู้เงิน) กับธนาคาร


เอาละ เมื่อมีความเชื่อ สิ่งที่ตามมาก็คือ ความมุ่งมั่น ซึ่งจะต้องมีมาพร้อมๆ กับการทำงานหนักเป็นระยะเวลานานๆ เพื่อที่จะมุ่งสู่ความสำเร็จ (รวยครับท่าน) ถ้ามีครบแล้วละก็ตามลุงเกษตรมา ลุงเกษตรจะพาไปดูชมรมปลาหมอสีแปดริ้ว เขาเพาะพันธุ์ปลากัน สิ่งไหนดีเราก็เก็บเอาไว้ใช้มาพัฒนาต่อ สิ่งไหนไม่ดีหรือเราเห็นแล้วก็ข้ามมันไป

ลุงเกษตร สวัสดีครับ หลานๆ ชาวหมอสี (ชมรมปลาหมอสีแปดริ้ว – ชปร)

ชปร สวัสดีครับลุงเกษตร

ลุงเกษตร ได้ยินข่าวว่ามีการรวมตัวกันเพื่อพัฒนาปลา มันจะต่างจากเดิมที่เพาะพันธุ์ คนเดียวอย่างไร ?

ชปร ต่างกันครับ เดิมต่างคนต่างทำก็เหมือนกับนับ 1-2-3 ซึ่งก็นับ 1-2-3 กันทุกคน ไม่มีใครที่จะมีโอกาสได้นับครบ 10 ซักที แต่พอมารวมกัน เราก็มาแบ่งกันนับไม่ต้องมานับซ้ำกัน ทำให้นับได้เร็วขึ้นและไกลมากขึ้น

ลุงเกษตร ฟังแล้วงง ไม่เข้าใจ อธิบายเป็นปลาดีกว่า

ชปร ยกตัวอย่างง่ายๆ 1 ข้อก็แล้วกันครับคุณลุง ถ้าในแปดริ้วมีฟาร์มปลา 20 ฟาร์ม มีอยู่ 2 ฟาร์ม เพาะปลาได้สวย และขายดี (ฟาร์ม A และ ฟาร์ม B) อีก 18 ฟาร์ม ก็พยายามหา ปลาจากฟาร์ม A และ B มาเป็นสายทำเป็น พ่อ- แม่พันธุ์ สลับพ่อ สลับแม่ อะไรจะเกิดขึ้น ปลาหมอสีจากฟาร์มในแปดริ้ว ก็จะเหมือนกันทั้งจังหวัด ลูกปลาออกมาเยอะแยะ ทุกฟาร์มไม่มีปัญญาที่จะ ฟอร์มปลา แถมปลาที่ ฟอร์มออกมาลักษณะ เหมือนกัน เพราะมาจากสายเดียวกัน ออกมาในเวลาเดียวกัน ขายไม่ได้ราคา เพราะมีเยอะ หรือบางฟาร์มก็ขายไม่ได้เลย

ลุงเกษตร อือ ! ยังงี้พอจะเข้าใจแล้ว แค่รวมตัวกันก็จะแก้ปัญหาได้เลยหรือ ง่ายจัง เดี๋ยวลุงกลับบ้านไปจะชวนตาอ๊อด และตาโย่งมารวมเป็นชมรมบ้าง จะได้หมดปัญหา

ชปร ไม่ง่ายยังงั้นหรอกครับคุณลุง เราต้องมากำหนดทิศทางและเป้าหมายของเราให้ชัดเจนก่อนครับ

ลุงเกษตร แหม ต้องกำหนดอะไรอีกละ อธิบายให้ลุงฟังหน่อยซิ

ชปร ได้ครับคุณลุง แรกเริ่มก็คือ เรารวมตัวของฟาร์มเพาะพันธุ์ปลา จุดยืนของเราก็คือ พัฒนาปลาให้เหมาะกับความต้องการของตลาด ราคาไม่สูง มีปริมาณมากพอที่คู่ค้าของเราจะนำไปทำการตลาดได้

ลุงเกษตร งงอีกแล้วครับท่าน ? อธิบายเป็นปลาดีกว่า ลุงแก่แล้วนึกอะไรไม่ค่อยออก

ชปร ได้ครับ การผลิตปลาให้ขายได้มีปัจจัยอยู่ 3 อย่างคือ

1. พันธุ์
2. อาหาร
3. การจัดการ

ซึ่งแต่ละข้อก็มีรายละเอียดอยู่มากมาย คุณลุงก็คงจะเคยได้ อ่านตามนิตยสารมาไม่น้อย

ลุงเกษตร งั้นเอาทีละหัวข้อ อธิบายพอให้เข้าใจเผื่อลุงจะได้นำไปบอก ชมรมของลุงบ้าง (มี 3 คน ลุงเกษตร ตาอ๊อด และตาโย่ง)

ชปร ได้ครับ งั้นเริ่มจาก “พันธุ์” ก่อนเลยนะครับ เราก็ให้แต่ละฟาร์ม กำหนดชื่อสายปลาที่จะผลิตพร้อมกำหนดลักษณะปลา (Spect) ที่สวยเติมฟอร์มเอาไว้ มีใบประวัติปลาบอกถึงที่มาของสายพันธุ์ ถ้าเรามีพ่อ-แม่ปลาที่ติดง่าย ใช้ได้ ก็นำมาเพาะพันธุ์ แต่ถ้าไม่มีก็ต้องสืบเสาะหาพ่อ แม่ปลาที่มีลักษณะตามที่เราต้องการ ถ้าสามารถทราบถึงสายเลือด (strain) ของต้นสายได้ ก็จะยิ่งดี

ลุงเกษตร ตั้งชื่อไปทำไม มันจะมั่วมั้ย

ชปร ไม่มั่วครับ เราตั้งชื่อเอไว้ เผื่อเป็นมาตรฐานในการเรียกชื่อ ไม่ยังงั้น ฟาร์ม 20 ฟาร์ม ในแปดริ้ว ก็จะเรียกปลาหัวโตว่า “บิ๊กเฮด” กันทุกฟาร์ม แล้วถามว่ามันเหมือนกันทุกฟาร์มหรือเปล่า หรือมันจะเหมือน “บิ๊กเฮด” ที่นำเข้ามาจากมาเล เมื่อ 5 ปี ก่อนหรือเปล่า

ลุงเกษตร จริง บางทีลุงเห็นปลา “บิ๊กเฮด” จากบางฟาร์มก็หัวนิดเดียว

ชปร ครับ แล้วเรานำปลามาจาก มาเล 5-6 ปี ก่อนมาทำสายพันธุ์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าผสมมากี่รุ่น แยกซ้าย แยกขาวไปกี่ครั้ง เราก็ยังเรียกชื่อ เดิมๆ ซึ่งปลาที่ได้มันเปลี่ยนไปแล้ว ลักษณะไม่ตรงกันเลย

ลุงเกษตร พูดง่ายๆ อยากดัง อยากมีปลาเป็นของตัวเอง

ชปร ครับ ถูกต้องเลยครับ เฮ้ย ! ไม่ใช่ครับ แหม คุณลุง เกือบทำให้ผมถูกด่า ว่าอยากดังซะแล้ว เราตั้งชื่อสายพันธุ์ปลาที่ผลิตขึ้น เพื่อที่จะได้เข้าใจตรงกัน ในปลาตัวนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นฟาร์มกับฟาร์ม หรือฟาร์มกับร้านค้า แต่ว่า ก็ยังมีการบันทึกถึงตัวสายที่นำมาเป็นปู่ย่าตายาย หรือพ่อแม่พันธุ์ เพื่อเป็นการให้เครดิตกับ Breeder รุ่นก่อนๆ

ลุงเกษตร โอ เค (แน่ะ ! เดาะพูดฝรั่งซะด้วย) ตอนนี้ก็ขายได้ รอรับเงินได้เลย

ชปร ฮู้ย...! ยังครับ ตอนนี้แหละปัญหากับภาระกำลังเกิด ลูกปลา 2,000 ตัว/ครอก ตู้ฟอร์มปลา มีแค่ 200- 300 ช่อง ฟอร์มไม่ทัน อาหารให้ไม่เต็มที่ สู้ค่าอาหารไม่ไหว ปลาที่ฟอร์ม กินไม่เต็มที่ก็ไม่สวย ขายไม่ได้ ปลารวมก็แกรน สุดท้ายก็ต้องทิ้งพร้อมๆ กับคำพูดที่ว่า “อย่าทำเลย อาชีพเพาะปลาหมอสี ไม่คุ้ม เพาะมาก็ขายไม่ได้”

ลุงเกษตร จริง ของลุงเองก็ทิ้งไปตั้งเยอะ สุดท้ายก็ต้องไปซื้อของตาโย่งมาขาย ทั้งที่ตาโย่งเขามีตู้ฟอร์มปลาน้อยกว่าลุงตั้งเยอะ เอ๊า ! อย่าชักช้า รีบบอกเคล็ดลับมาให้ลุงเลยดีกว่า

ชปร ไม่มีเคล็ดลับหรอกครับคุณลุง แต่เป็นการกำหนดเป้าหมาย และก็ใช้การจัดการร่วมกันของสมาชิกในชมรมนะครับ ผมเขียนอธิบายเป็นแผนผังให้คุณลุงดูดีกว่าครับ จะได้เข้าใจง่าย

พ่อแม่พันธุ์ (Parent Stode ; PS)

คลิกเพื่อดูภาพ

ลูกปลา 2,000 ตัว/ครอก

เป้าหมาย ปลาขึ้นฟอร์ม 300 ตัว ใช้ได้ 200 ตัว (10%)

Premiam 10 ตัวๆ ละ บาท = ก บาท

AAA 50 ตัวๆ ละ บาท = ข

AA 30 ตัวๆ ละ บาท = ค

A 40 ตัวๆ ละ บาท = ง

B 70 ตัวๆ ละ บาท = จ

รวม = xx,xxx บาท

วิธีการ

1.เพาะปลา
2.แยกพ่อแม่ปลาออก
3.ถ่ายน้ำให้อาหารปลาเต็มที่
4.เริ่มคัดปลาที่ 30 วัน และคัดทุกๆ 10 วัน จนจบที่ 90 วัน

  • คัดทิ้ง (พิการ,เล็ก ฯ)
  • เก็บ (ตัวกว้าง,ฟอร์มสวย,มุก ฯ)

5.ฟอร์มปลา 15 – 30 วัน

สรุป จะได้ปลาที่สวย สามารถลดต้นทุนในการผลิต และมีเป้าหมายชัดเจน

 

ลุงเกษตร ดีดี ลุงจะได้นำไปใช้บ้าง ทุกทีลุงก็เลี้ยงรวมกัน พอตู้ฟอร์มว่างก็ตักมาใส่ เจอปัญหาค่าเหยื่อสูง สู้ไม่ไหว ถ่ายน้ำไม่ทัน สุดท้ายก็ต้องทิ้ง แต่ถ้าทำอย่างนี้ก็ไม่จำเป็นมารวมกัน

ชปร ตอนนี้ละครับสำคัญที่สุด ถ้าต่างคนต่างผลิต ก็จะเกิดปัญหาฟอร์มปลาไม่ทัน และปลาที่ฟอร์มมีจำนวนน้อย ทำให้เกิดความลำบากในการทำตลาดของร้านถ้าจะโฆษณาก็ไม่คุ้มค่า และไม่มั่นใจในการรับออเดอร์ทั้งในและต่างประเทศ

ลุงเกษตร แล้วจะฟอร์มยังไง ถ้าฟอร์มมีไม่พอ

ชปร เราก็จะมาคุยและปรึกษากัน ในเวลานั้นปลาในฟาร์มไหนสวย และตลาดต้องการเราก็กระจายกันไปฟอร์ม ก็จะสามารถผลิตปลาสวยที่ตลาดต้องการ โดยมีปริมาณและระยะเวลาที่แน่นอน ร้านค้าก็จะสามารถกำหนดแผนการตลาดได้เต็มที่

ลุงเกษตร แล้ว ชปร. จะไม่ไปขายแข่งกับร้านค้าหรือ (หลอกลุงเกษตรให้โฆษณาปลาให้ฟรีหรือเปล่า)

ชปร ไม่แน่นอนครับ จุดยืนของ ชปร. คือฟาร์ม เมื่อลูกค้าซื้อปลาจากเราไป ปลาก็เป็นปลาของร้านค้าแล้ว ไม่ใช่ปลาฟาร์ม (เงินของร้านค้าก็เป็นของฟาร์มแล้ว ไม่ใช่เงินของร้านเช่นกันครับ) ซึ่งเมื่อปลามีปริมาณมากพอ ร้านค้าก็จะตั้งชื่อใหม่ พร้อมกับโฆษณา ทำการตลาดได้เต็มที่ ตรงนี้ร้านค้าสบายใจได้เลยครับ ที่เราตั้งชื่อปลาเผื่อกำหนดมาตรฐานของสายพันธุ์ปลาสะดวกใจพัฒนา และชัดเจนในการสื่อสารกัน

ลุงเกษตร ฮือ ไม่ง่ายเลย แต่ยังไงก็ต้องทำเพราะมันเป็นอาชีพ วันนี้ลุงต้องกลับก่อน แล้วละ แต่ว่า – เย็น แล้ว เดี๋ยวป้าเขาจะเป็นห่วง ขอบใจมากนะพ่อหนุ่ม ลาละนะ

ชปร ครับ เรื่องอื่นๆ ผมจะทยอยเล่าให้คุณลุงฟัง ถ้าคุณลุงสนใจ
สวัสดีครับคุณลุง

 

ลุงเกษตร ม.ช. 2708116

ตีพิมพ์ในหนังสือ crossbreedthailand